พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองชายทะเลสุดได้รับความนิยมของเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม หากจะหาสถานที่เที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอชี้แนะ มุยเน่ ชายทะเลและก็ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับแรกๆของเอเซียอาคเนย์ แล้วก็ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของเมืองชายทะเลที่เป็นที่รู้จักแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามอย่างยิ่งจริงๆ เมืองมุยเน่ เป็นเมืองที่โด่งดังในเรื่องของหาดทรายที่สวยสดงดงามแล้วก็สงบเงียบ รอบๆชายทะเลนั้นยาวราว 10 กม.แล้วก็ตรงชายหาดจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวเยอะแยะ ราษฎรตรงนี้มีอาชีพหลักสำหรับเพื่อการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย รวมทั้งที่ทำให้ตรงนี้แปลงเป็นบ้านพักอากาศในฝันโน่นเพราะ เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีรีสอร์ทมีอพาร์เม้นท์มาก รวมถึงมีของกินที่อร่อย แล้วก็มีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง โน่นก็เลยทำให้นักเดินทางล้นหลามเข้ามาพักเข้ามาท่องเที่ยวกันมากไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากว่ามีทำเลที่ตั้งที่สะดุดตาและก็ตั้งอยู่ริมฝั่งสมุทร สิ่งที่มีชื่อเสียงและก็มีชื่อเสียงกันสูงที่สุดซึ่งก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่แตกต่างถึง 18 สีรวมทั้งทะเลทรายที่มีชื่อสูงที่สุดก็คือเนินทรายแดงรวมทั้งเนินทรายขาว 1. เนินทรายแดง ครอบคลุมพื้นที่โดยประมาณ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งสมุทรเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ขณะที่สมควรสำหรับการท่องเที่ยวดูก็คือตอนเช้าหรือภายหลัง 15.00 นเป็นต้นไป เพราะว่าตอนนี้กระแสลมจะไม่แรงแล้วก็จะไม่รู้จักสึกร้อนจัด 2. เนินทรายขาว อยู่ทางเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปราวๆ 20 กิโล มีทะเลสาบที่ประชิดกับข้างๆของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่สวย ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมสูงถึง 70 เอเคอร์ราว 500 เมตรและก็ลึกโดยประมาณ 19 เมตร ด้านในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีนานัปการสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแต่ว่าน้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆและก็สามารถเช่าเรือพายไปบริเวณสมุทรสาปได้หรือจะเดินเที่ยวรอบๆรอบทะเลสาบก็ได้แบบเดียวกัน นอกเหนือจากเนินทรายขาวและก็เนินทรายแดงทั้งคู่นี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดอีกเยอะแยะ ได้แก่ แฟรี่ …

รีวิวท่องเที่ยววังเคียงบกกุง กับทัวร์ประเทศเกาหลีที่เดียวคุ้ม เหิมใจ!

ทัวร์เกาหลี พอดิบพอดีในวันหยุดก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาได้ท่องเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลีที่วังเคียงบงกุงมาเลยต้องการจะมาแชร์ประสบการณ์ดีๆให้เพื่อนพ้องๆได้ทราบกัน ซึ่งวังที่นี้จำต้องบอกเลยว่าเป็นพระราชสำนักที่ใหญ่รวมทั้งโบราณที่สุดในเมืองที่ได้ผลิตขึ้นในปี 1394 ในยุคพระผู้เป็นเจ้าแทโจ ราชวงค์โซชอน ไม่สนเท่ห์ใจเลยละจ้ะที่ได้เปลี่ยนเป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่งของกรุงโซล ปากทางเข้าของพระรางชวังนั้นใหญ่วิจิตรตระการตาเอามากๆวันนี้โชคดีมากมายเลยเพราะว่าอากาศแจ่มใสไม่มีก้อนเมฆมาบังมากก็เลยมีนักท่องเที่ยวมากันจำนวนไม่ใช่น้อย ในพระรางวังก็จะมีการเลียนแบบให้ดูด้วยว่าเป็นยังอย่างร้านอาหารก็จะมีการเลียนแบบชุดของกินไว้ เพื่อจะได้ทราบว่าการกินการอยู่ในยุคนั้นเป็นอย่างไรจะต้องกล่าวว่าของใช้ที่เขาได้จัดแจงเป็นเลียนแบบนั้นมันเหมือนจริงเอามากๆเลยรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอีกโลกเสมือนอยู่ในหนังประเทศเกาหลีโบราณเลยละขา แต่ว่าในนิดหน่อยในราชสำนักได้หายไปเหตุเพราะในสมัยก่อนได้มีการรุกรานจากประเทศญี่ปุ่น ก็เลยทำให้ตึกส่วนมากก็ได้ถูกทำลายลงหลงเหลืออยู่แค่เพียง 10 ข้างหลังเพียงแค่นั้น ข้างในรอบๆของพระราชสำนักก็มีสถาปัตยกรรมที่น่าดึงดูดไม่ว่าจะเป็นพระที่นั่งคึนจองวอนหรือศาลาเคียงฮวยรู ซึ่งได้ตั้งอยู่ด้านในรอบๆสระมีบรรยากาศที่งามรื่นเริงเอามากๆทั้งยังด้านในนั้นก็ยังมีร้านค้าขายชุดฮันบกโบราณซึ่งสามารถเช่าชุดก็เลยได้เช่าชุดมา 1 ชุดเพื่อไว้ใส่ถ่ายภาพกับราชสำนัก แหมก็มาทั้งทีก็จำเป็นต้องสุดกำลังกันนิดหน่อย แล้วหากเข้ามาท่องเที่ยวตรงนี้ก็จะมองเห็นเด็กๆมาทัศนศึกษากันเยอะไปหมดพี่จะมีอาจารย์คนดูแลรอดูแลพวกเราก็เดินพาเด็กท่องเที่ยวครั้งละจุด พอเพียงออกมาข้างๆของพระราชสำนักก็จะมีร้านต่างๆล้นหลามไม่ว่าจะเป็น ห้องอาหาร ร้านค้าคาเฟ่ ร้านขายของชำร่วยต่างๆห้องอาหารบางร้านค้าก็คนแน่นบางร้านค้าก็ตกแต่งแบบสไตล์โบราณซึ่งมันก็แปลกใหม่ส่วนตัวเราดี การเดินทางมาท่องเที่ยวพระราชสำนักที่นี้ก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่าได้ทราบจะวัฒนธรรมและก็วิถีชีวิตของชาวประเทศเกาหลีมากเพิ่มขึ้น ซึ่งรอบๆแถวนี้มันยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่เป็นแหล่งพิพิธภัณฑสถานแหล่งวัฒนธรรมต่างๆที่เป็นความยินดีของคนประเทศเกาหลี บอกเลยว่ามาท่องเที่ยวที่เดียวแม้กระนั้นเป็นการมาที่คุ้มเอามากๆและเล่นเอาชะปวดเมื่อยอยู่เช่นเดียวกัน ขอเสนอแนะทางท่องเที่ยวในราชสำนักที่จะสามารถท่องเที่ยวหมู่บ้านบุคชอนฮันอกได้ สิ่งแรกให้เริ่มเดินจากหน้าพระราชสำนักก่อน แล้วให้เดินตรงไปเรื่อยผ่านตึกวังต่างๆจนถึงไปถึงถึงข้างหลังพระราชสำนักแล้วเที่ยวดูวังรวมทั้งศาลากลางนี้ แล้วหลังจากนั้นเดินย้อนมาทางพิพิธภัณฑสถานด้านขวาและก็เดินออกประตูข้างๆ ก็จะสามารถเดินไปยังถนนหนทางเส้นช้อปปิ้งแล้วก็ท่องเที่ยวหมู่บ้านบุคชอนฮันอกได้

6 จุดดูภูเขาไฟฟูจิที่งามที่สุด ในประเทศญี่ปุ่น!

ทัวร์ญี่ปุ่น หากคิดถึงประเทศญี่ปุ่นก็จะต้องรำลึกถึงภูเขาไฟฟูจิที่เป็นเครื่องหมายของประเทศนี้ เทือกเขาฟูจินั้นมีความสูงถึง 3,776 เมตรก็เลยทำให้แปลงเป็นภูเขาไฟที่มีความสูงระดับหนึ่งของญี่ปุ่น ผู้ใดกันที่กำลังคิดจะมาท่องเที่ยวหรือต้องการจะมาชื่นชอบเทือกเขาฟูจินั้น ก็สามารถดูได้จากหลายๆที่ในประเทศประเทศญี่ปุ่น แม้กระนั้นจะมีตำแหน่งไหนบ้างที่ดูแล้วงามแล้วปัง ตามมามองกันเลย 1. ทะเลสาบคาวาเราชิโกะ Lake Kawaguchiko เป็นจุดดูเทือกเขายอดนิยมเยอะที่สุดเลยก็ว่าได้ รอด้วยเพราะอะไรที่ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาฟูจิแล้วก็โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่มีความสวยงามที่จะแตกต่างในแต่ละฤดู ตรงนี้จะมีทางให้เดินดูอยู่ทางทิศเหนือของทะเลสาบ สามารถใช้เวลาสัมผัสบรรยากาศสบายๆพร้อมทั้งรับดูทิวทัศน์งามๆของภูเขาไฟได้อีกด้วย 2. ทุ่งดอกชิบะซากุระ Fuji Shibazakura Festival ดอกชิบะซากุระจัดว่ามีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยที่มาท่องเที่ยวตรงนี้ก็จะเป็นในฤดูใบไม้ผลิที่จะมีการจัดเทศกาลดอกชิบะซากุระ ตรงนี้นอกเหนือจากการที่จะได้มองเห็นความสวยงามของทุ่งดอกไม้แล้ว ก็จะมองเห็นความงดงามของภูเขาไฟฟูจิที่อยู่ข้างหลังอีกด้วย ซึ่งเทศกาลนี้จะมีขึ้นในตอนกลางเดือนเดือนเมษายนถึงสิ้นเดือนพ.ค.ของทุกปี 3. ริมทะเลยูอิงาฮามะ Yuigahama Beach ถ้าหากคนใดที่ชื่นชอบเกี่ยวกับการท่องเที่ยวสมุทรแต่ว่าต้องการมองเห็นทิวทัศน์ภูเขาไฟด้วย ก็สามารถมาตามหาดทรายยูอิงาฮามะ ตรงนี้ยังมีกิจกรรมบันเทิงใจๆหลายประเภทที่เป็นกีฬาที่เล่นในน้ำหลายประเภท ให้ท่านได้สนุกสนานและก็ดูทิวทัศน์ทัศนียภาพบริเวณด้วย ยืนยันว่าวิวที่นี่งามแล้วก็คุ้มกับการเดินทางมาอย่างไม่ต้องสงสัย 4. โกเทมบะ พรีเมี่ยม เอาท์เล็ท Gotemba Premium Outlets ตรงนี้เป็นเอาท์เล็ทที่มีขนาดใหญ่แล้วเป็นอันดับแรกๆของประเทศญี่ปุ่น คุณจะได้บันเทิงใจกับการช้อปปิ้งท่ามกลางทิวทัศน์ภูเขาไฟฟูจิ รวมทั้งยังได้สูดอากาศมีชีวิตชีวากับบรรยากาศดีๆจะมีภูเขาไฟฟูจิอยู่ข้างหลังอีกด้วย 5. สะพานแขวนไม่ชิมะ Mishima Sky Walk สะพานที่นี้มีความยาวสูงที่สุดของประเทศญี่ปุ่นด้วยความยาวถึง 400 เมตร สะพานถูกห้อยอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์ …

แนวทาง ดูหนังผ่านเน็ตอยู่บ้านอย่างไรให้ “ฟิน” จนกระทั่งไม่ต้องการที่จะไปโรงภาพยนต์อีกเลย

วันนี้พวกเราจะมาแชร์วิธีการ ดูหนังออนไลน์ แบบอยู่บ้านก็ “ฟิน” กระทั่งไม่ต้องการที่จะไปโรงภาพยนต์อีกเลย ถึงแม้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยกล่าวว่าดูหนังให้อิน จำต้องไปดูที่โรงภาพยนต์สิ! แต่ว่าก็ใช่ว่าโรงภาพยนต์จะมีหนังที่พวกเราต้องการมองเสมอ หรือบางครั้งบางคราวเรื่องที่พวกเราตั้งหน้าตั้งตาคอยจะไปดูในโรง เพียงพอถึงเวลาก็ยุ่งซะจนถึงไม่ว่าง รู้สึกตัวอีกครั้งหนังหัวข้อนั้นก็ออกมาจากโรงซะแล้ว สำหรับคนใดที่ไม่สบายไปดูหนังที่โรง คุณก็สามารถ ดูหนังผ่านเน็ต ที่บ้านให้อินรวมทั้งฟินเสมือนในโรงภาพยนต์ได้ จะมีวิธีการอะไรบ้างไปดูกันเลย มองแบบมีอรรถรส จำเป็นต้อง Soundtrack แค่นั้น มั่นใจว่าอาจมีเพื่อนฝูงๆคนไม่ใช่น้อยที่ถูกใจและก็ติดตามหนังต่างแดนอยู่เป็นประจำซึ่งถ้าว่าคุณปรารถนาความฟินรวมทั้งความสนุกสนานร่าเริงที่มากเพิ่มขึ้นแล้ว จำเป็นต้องบอกเลยว่า การดูหนังแบบ Soundtrack นั้นจะก่อให้คุณสามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของผู้แสดงที่ถูกถ่ายทอดผ่านเสียงได้มากกว่าการดูแบบบรรยายเสียง ไม่ว่าจะเป็นการโทนการพูด จังหวะ หรือ ถึงแม้ว่าจะเสียงหายใจเบาๆที่บางเวลาการนำกย์เสียงก็บางทีอาจจะตกหล่นในเนื้อหาส่วนนี้ไป ซึ่งโน่นบางครั้งอาจจะเปลี่ยนแปลงความรู้สึกสำหรับการดูหนังประเด็นนั้นของคุณไปเลยก็ได้ และก็ในหลายๆครั้งที่บทถูกดีไซน์มาสำหรับภาษาต้นฉบับแค่นั้น ทำให้การแปลภาษาออกมานั้นมองแปลกๆรวมทั้งอาจจะก่อให้กำเนิดความคลาดเคลื่อนกระทั่งทำให้พวกเราไม่รู้เรื่องรายละเอียด หรือสาระสำคัญที่หนังประเด็นนั้นต้องการจะสื่อก็เป็นไปได้ จัดแบบหน้าจอใหญ่ เต็มตา ก็ฟินแล้ว แน่ๆว่า การไปดูหนังในโรงนั้นก็จะก่อให้คุณได้มองหน้าจอใหญ่ที่ภาพรวมทั้งเสียงชัดเต็มตา แม้กระนั้นเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ก็ได้ปรับปรุงจอทีวีให้สามารถรองรับความแหลมคมชัดระดับ 4K หรือ Ultra 4K เท่ากันกับที่ฉายในโรงภาพยนต์ได้แล้ว หรือสำหรับคนไหนกันแน่ที่มีความคิดว่าหน้าจอ 4K นั้นบางครั้งอาจจะเกินงบประมาณที่คุณมองหาไปสักนิดสักหน่อย บางทีอาจจะเลือกโทรทัศน์หน้าจอใหญ่ แบบ Full HD ที่ขายกันในขณะนี้ก็พูดได้ว่าความละเอียดชัดและก็ภาพงาม เพียงพอจะให้ท่านสามารถดูหนังโปรดของคุณได้แบบอินสุดๆแล้ว ส่วนจะเลือกขนาดหน้าจอใหญ่มากแค่ไหนก็ตามทีกำลังสมบัติพัสถานในกระเป๋าของคุณและก็ขนาดของห้องที่สมควรด้วยครับผม เครื่องเสียงดี …

4 ที่เที่ยว งามจนถึงไม่บางทีอาจละสายตา ในเวียดนาม!!

ทัวร์เวียดนาม ใครๆก็ต้องการจะท่องเที่ยวเมืองนอกให้ได้สักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต วันนี้พวกเราก็เลยต้องการจะมาเสนอแนะประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านเรือนใกล้กันกับเมืองไทยพวกเรา ซึ่งก็คือประเทศเวียดนาม ซึ่งเวียดนามนั้นเป็นประเทศที่ได้รับอารยธรรมสไตล์ยุโรปมาค่อนข้างจะมากมาย เนื่องจากเคยเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศสมาก่อน เวียดนามก็เลยแปลงเป็นประเทศที่มีสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างจะโดนเด่นและไม่ราวกับคนไหนกันแน่ในโลก ทั้งยังมีที่เที่ยวที่น่าดึงดูดมากมายที่ แล้วที่สำคัญเลยก็คือเป็นประเทศที่คนมีงบประมาณไม่มากก็สามารถมาท่องเที่ยวได้ มาดูกันเลยว่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่แห่งใดบ้างที่งามจนกระทั่งไม่บางทีอาจละสายตาได้เงินเวียดนาม 1. บาน่าฮิลล์ ดานัง Bana Hill , Danang เป็นเมืองเล็กๆที่มีการตกแต่งสไตล์ยุโรปไว้บนเทือกเขาในประเทศเวียดนาม ซึ่งตรงนี้จะห่างจากเมืองดานังราวๆ 25 กม. ซึ่งการเดินทางไปนั้นปกติจำเป็นต้องอาศัยการเข้าเมืองด้วย เคเบิ้ลคาร์ ถ้าคนไหนกันแน่ที่กลัวความสูงก็ไม่ชี้แนะให้มาท่องเที่ยวตรงนี้เท่าไร เนื่องจากการเดินทางด้วย เคเบิ้ลคาร์นั้นระยะทางโดยรวมแล้วจะมีสูงถึง 5,042 เมตร ทั้งยังยังมีความสูงจากพื้นดินถึง 1,291 เมตรอีกด้วย! และก็เพราะว่าสูงอย่างงี้ก็เลยสามารถเห็นทิวทัศน์ทิวภาพของธรรมชาติได้แบบเต็มหูเต็มตา 2. อ่าวฮาทดลอง Ha Long Bay เป็นอ่าวที่มีขนาด 1,553 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมหมู่เกาะทั้งสิ้น 1,969 ที่ โดยแก่ทางธรณีวิทยาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 250-280 ล้านปี อ่าวที่นี้ยังได้ถูกชูให้เป็นมรดกโลกถึง 2 ครั้ง เป็นอ่าวที่มีระบบระเบียบนิเวศและก็มีธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์ มีการอาศัยของสัตว์น้ำรวมทั้งพรรณไม้อยู่หลายประเภทไม่ว่าจะเป็น พวก ปู กุ้ง ปลาไหล …

ที่เที่ยวทางธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่น ที่ทดลองไปแล้ว จะหลงใหล

ทัวร์ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความน่ารักน่าเอ็นดูรวมทั้งมีธรรมชาติที่งาม คนประเทศไทยบ้านพวกเราก็เลยต้องการจะไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันจำนวนไม่ใช่น้อย ต้องการจะพูดว่าที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีที่ท่องเที่ยวที่น่าไปหลายที่เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือชานเมืองเมืองโตเกียว วันนี้พวกเราจะมาชี้แนะสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่น การันตีได้เลยว่าถ้าเกิดคุณมาคุณต้องหลงใหลอย่างไม่ต้องสงสัย 1. ภูเขาไฟอะโสะ Mt. Aso ตั้งอยู่ในใจกึ่งกลางเกาะคิวยกในจังหวะคุมาโมโต้ เป็นเทือกเขาที่เป็นที่รู้จักเยอะที่สุดในจังหวัดที่นี้ ทั้งยังตรงนี้ยังยอดเยี่ยมในภูเขาไฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ภูเขาไฟที่นี้เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ดังนั้นก่อนจะมาชี้แนะว่าควรเช็คสถานะของปล่องภูเขาไฟก่อนเพราะว่าถ้าหากจำนวนก๊าซพิษที่ออกมาจากปล่องเทือกเขา บางทีก็อาจจะเยอะเกินไปหรือบางทีก็อาจจะเสี่ยงปะทุขึ้นมาก็ได้ และก็สถานที่นี้บางครั้งก็อาจจะไม่เหมาะสมกับคนที่เป็นโรคที่เกี่ยวกับฟุตบาทหายใจ บริเวณรอบๆเทือกเขานั้นบอกได้เลยว่าสวยสดงดงามบรรยากาศดีเอามากๆถ้าเกิดไม่อาจจะมาท่องเที่ยวบนเทือกเขาได้ก็สามารถลงมาท่องเที่ยวบริเวณเทือกเขาที่เป็นต่างจังหวัดเล็กๆ 2. ที่ลุ่มเซนโจงาฮาระ Senjogahara Marshland ตั้งอยู่เมืองนิกเก๋ข้างในจังหวัดโทจิงิ คนไหนกันที่ถูกใจเดินป่าหรือรู้สึกชื่นชอบธรรมชาติคงจะชื่นชอบตรงนี้มากมายก่ายกอง เพราะว่ามีอะไรให้มองตลาดทางรวมทั้งมีทิวทัศน์ที่งามมากมายก่ายกอง ยิ่งถ้าหากในฤดูใบไม้หล่นที่ใบไม้จะกลายเป็นสีเหลืองทองคำก็จะมีความสวยสดงดงามไปอีกในลัษณะหนึ่ง สามารถสนิทสนมกับธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งตรงนี้ยังมีพรรณไม้ตามธรรมชาติอยู่ราว 350 ประเภทอีกด้วย 3. เกาะชาโด๊ะ Sado island อยู่ในเมืองนีงาตะ ที่จะมาสัมผัสวิถีชีวิตแบบประเทศญี่ปุ่นก็ไม่สมควรพลาดตรงนี้เด็ดขาด เพราะว่านอกเหนือจากจะได้สัมผัสถึงความชอบธรรมชาติแล้ว ก็ยังที่กำลังจะได้ทำความเข้าใจอยู่กับธรรมชาติอีกด้วย หนังคุณลักษณะเด่นของตรงนี้ก็คือเรือที่มีลักษณะเป็นอ่างไม้ ที่เป็นเรือข้ามฝั่งซึ่งธรรมดาแล้วเรือประเภทนี้จะใช้เพื่อหาอาหารสมุทร นี้นอกเหนือจากการที่จะทิวทัศน์งามทัศนียภาพก็ดีแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมมากมายก่ายกองที่น่าดึงดูดเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย 4. สวนลิงจิโกคุดานิ Jigokudani Monkey Park ตั้งอยู่ท่ามกลางซอกเขาจิโกคุดานิในจังหวัดยามาโนอูจิ ควรมีสวนสาธารณะที่นี้ข้างในเขาจะมีสระว่ายน้ำที่ผลิตขึ้นมาสำหรับลิงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะมีลิงเล็กลิงน้อยต่างๆมานอนแช่น้ำแบบสุขใจ ถึงกรุ๊ปลิงนี้จะมีความสนิทสนมกับมนุษย์แม้กระนั้นก็ห้ามเข้าไปจับหรือให้อาหารโดยเด็ดขาด 5. เมืองฟูราโนะ Furano …

4 เมืองน่าท่องเที่ยวที่เมืองโตเกียว ที่ไม่ว่าใคร ก็ต้องการไปใจจะขาด!!

ทัวร์ญี่ปุ่น เมืองโตเกียวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแล้วก็เป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ใครกันแน่ที่กำลังจองท่องเที่ยวกับทัวร์ประเทศญี่ปุ่นอยู่ว่าจะท่องเที่ยวที่แหน่งใดในเมืองโตเกียวดีนะ? ก็ไม่ทราบว่าเมืองโตเกียวนั้นมีอะไรที่น่าท่องเที่ยวบ้าง แน่ล่ะคนใดกันแน่จะไปทราบล่ะว่าเมืองโตเกียวมีตรงไหนน่าท่องเที่ยวบ้างเขาไม่เคยไปสักหนึ่งครั้งนะสิ! ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นห่วงนะประเด็นนี้ไปในเนื้อหานี้พวกเราจะมาเสนอแนะสถานที่น่าท่องเที่ยวในเมืองโตเกียวกัน ว่าที่ไหนที่คนไม่ใช่น้อยนิยมไปและก็น่าท่องเที่ยว มาดูกันดีกว่าว่ามีที่แห่งใดบ้าง 1. วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple) คุณอาจจะไม่รู้เรื่องว่าหากคิดถึงสถานที่เที่ยวในเมืองโตเกียวอย่างแรกที่จะแว๊บ!เข้ามาในหัวเลยก็คือเป็นวัดเซนโซจิ วัดที่นี้เป็นวัดที่แก่ดั้งเดิมมากมายแล้วยังเป็นเครื่องหมายของเขตดาวน์ทาวน์ในกรุงเมืองโตเกียวด้วยนะ ซึ่งบางบุคคลจะนิยมเรียกวัดนี้ว่าวัดอาซากุสะอีกชื่อหนึ่งแบบง่ายๆเลยก็คือวัดโคมแดง ที่เรียกว่าโคมแดงนั้นก็เนื่องจากว่าตรงปากประตูวัดมีโคมแดงใหญ่ยักษ์อันใหญ่มากแขวนอยู่นั่นเอง 2. ถนนหนทางนากาไม่เซะ (Nakamise) ถัดมาก็จะเป็นถนนหนทางคนเดินที่จะอยู่ชิดกับวัดเซนโซจิ ที่เรียกว่าถนนหนทางคนเดินนั้นก็เพราะว่าตลอดริมทางเดินทั้งคู่ฝั่งจะมีร้านขายของมาก แม้กระนั้นที่ขายกันโดยยิ่งไปกว่านั้นเลยก็คือของฝากที่จะเป็นชุดยูกาตะ ร่มพับ ขนมกินเล่นหลายอย่างมากมายๆแล้วที่ติดอกติดใจมากมายๆเลยก็คือร้านรวงเขาจะให้พวกเราลองของหวานก่อนเพื่อตกลงใจสำหรับการซื้อ 3. ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) เป็นศาลเจ้าศาสนาชินโตขนาดใหญ่ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่ออุทิศให้กับจักรพัตราธิราชเมจิรวมทั้งพระมเหสีโชเคง ศาลเจ้าที่นี้จะถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้นานาจำพวกที่เป็นร้อยๆต้นเลย บอกเลยว่ามันร่มรื่นรวมทั้งบรรยากาศแจ่มใสเอามากๆแล้วตรงนี้ก็ชอบมีการจัดเทศกาลหรือพิธีการต่างๆมากยิ่งขึ้นมายในศาลเจ้า แต่ว่าโดยมากแล้วจะนิยมจัดพิธีสมรสกันในศาลเจ้านี้ ไฮไลต์เด็ดของตรงนี้แล้วหลังจากนั้นก็เป็นการมาเขียนคำชื่นชมยินดีลงในอิมะที่เป็นแผ่นไม้เล็กๆทำเขียนอธิษฐานและจากนั้นจึงนำไปห้อยไว้ตรงที่เขาให้ห้อยไว้ 4. ฮาราจูกุ (Harajuku) ผู้ใดกันแน่สายช็อปจำเป็นต้องมาตรงนี้! ฮาราจูกุนับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมชาวต่างประเทศหรือคนภายในชาติเองก็ตาม ทั้งตรงนี้ยังมีแฟชั่นที่ประหลาดตามีหลายสไตล์เอามากๆที่วัยรุ่นประเทศญี่ปุ่นชอบมาแต่งตัวให้มองกันมาก ระยะทางเดินการช้อปปิ้งนั้นก็จะเต็มไปด้วย ร้านรวงแฟชั่น ห้องอาหาร ร้านค้าเครป ร้านค้าไอติมที่เขาพูดว่าอร่อยมากๆเว้นแต่ของกินจะอร่อยรวมทั้งยังมีอะไรให้น่าระทึกใจตลอดเลยละค่ะ

6 ของกินที่จำเป็นต้องทดลองให้ได้ เมื่อท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น!!

ทัวร์ญี่ปุ่น คนใดกันที่กำลังคิดต้องการจะท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นอยู่ วันนี้พวกเรามีเมนูอาหารที่จะต้องไปทดลองเมื่อไปถึงประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าของกินประเทศญี่ปุ่นจะมีอยู่ทุกหนทุกแห่งในไทย แต่ว่าในความเป็นรสประเทศญี่ปุ่นแท้ๆนั้นจำเป็นที่จะต้องไปรับประทานถึงประเทศญี่ปุ่นถึงจะได้สัมผัสถึงความเป็นประเทศญี่ปุ่นแท้ๆพวกเรามาดูกันเลยว่ามีของกินอะไรบ้างที่ถ้าหากมาแล้วจำต้องรับประทานให้ได้!! ไม่งั้นราวกับคุณมาไม่ถึงประเทศญี่ปุ่นอย่างไม่ต้องสงสัย! 1. โอนิกิริ Onigiri เป็นข้าวปั้นที่ปุ่มด้วยลดอ่อนๆแล้วใส่ไส้ด้านในด้วยรสต่างๆอาทิเช่น บ๋วย แซลมอน ไข่ปลา แล้วภายนอกของข้าวปั้นนั้นก็จะถูกหุ้มห่อด้วยสาหร่ายโนริ ซึ่งรสที่พวกเราต้องการจะเสนอแนะเลยก็คือรถยนต์ทูน่ามายองเนสที่เป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยม การหาซื้อข้าวปั้นโอนิกิรินั้นสามารถทานได้ตามร้านค้าสบายซื้อ 2. มทซึท้องนาเบะ Tsunabe เป็นของกินที่ได้รับความนิยมที่นำเอาเครื่องในหมูหรือเนื้อมาต้มในหม้อที่เต็มไปด้วยผักประเภทต่างๆซึ่งคุณสามารถนำส่วนประกอบอื่นๆลงไปต้มร่วมกันได้ ถ้าเกิดจะทานอาหารประเภทนี้ส่วนใหญ่เขาจะนิยมไปเปลืองที่จังหวัด Fukuoka เพราะเหตุว่าฯลฯตำรับของมทซึท้องนาเบะนั่นเอง 3. จังโกะท้องนาเบะ Janko Nabe เป็นของกินที่นำเนื้อและก็ผักเอามาต้มรวมกันในหม้อขนาดใหญ่ ของกินประเภทนี้จะได้รับความนิยมสำหรับนักซูบดที่ปรารถนาฟิตร่างกายให้ใหญ่และก็แข็งแรงอยู่เสมอเวลา ถ้าคุณเป็นคนรับประทานน้อยก็ควรพาสหายไปรับประทานด้วย แต่ว่าหากคุณเป็นคนรับประทานเยอะแยะอยู่แล้วการันตีเลยว่าจุกอกจุกหัวใจอย่างไม่ต้องสงสัย 4. กิวด้ง(ข้าวหน้าเนื้อ) Gyudon เป็นของกินที่เอาเนื้อไปโปะไว้บนข้าว คำว่ากิวด้งซึ่งก็คือข้าวหน้าเนื้อใส่จานชาม ก็จะคล้ายข้าวแกงของบ้านพวกเรา แต่ในประเทศญี่ปุ่นนั้นบางครั้งอาจจะไม่เหมือนกับประเทศอื่นนิดเดียว อย่างเช่น ประสิทธิภาพของข้าวที่ไม่เหมือนกัน ถ้าคนใดจะรับประทานขอชี้แนะให้ทดลองตีไข่ดิบใส่บนเนื้ออีก ยืนยันเลยว่ารสจะเอาขึ้นมามากมายเป็นเท่าตัว 5. กิวทังยากิ(ลิ้นโคปิ้ง) Gyutangyaki การรับประทานอาหารจำพวกนี้จำเป็นที่จะต้องทานได้เฉพาะร้านค้าสำหรับลิ้นโคเพียงแค่นั้น ซึ่งลิ้นโคบางทีก็อาจจะถูกเตรียมการเพื่อเนื้อนุ่มเป็นพิเศษ แล้วจะถูกเสิร์ฟกับข้าวหุงอาหารข้าวบาร์เลย์แล้วก็ซุปหางโค แม้กระนั้นโดยมากแล้วจะเสิร์ฟกับโทโรโระหรือมันเทือกเขารวมทั้งผักดองประเภทต่างๆบอกแล้วว่ารสมีนวลนั้นหอมอร่อยแล้วก็นุ่มลิ้นมากมายอย่างยิ่งจริงๆ 6. ชาบูชาบู Shabu Shabu ชาบูชาบูก็คือหม้อไฟที่นำผักและก็เนื้อสัตว์ต่างๆลงไปต้มในน้ำซุปที่ทำมาจากสาหร่ายคอมบุหรือจากประเภทอื่น น้ำปรุงรสชาบูทั่วไปที่จะได้รับความนิยมเลยก็คือซอสที่เป็นซอสเปรี้ยวรวมทั้งซอสงา …

สิ่งที่น่าจะทราบ เพื่อจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีอย่างสนุกสนาน

ทัวร์เกาหลี วันนี้จะมาบอกในเรื่องสิ่งที่ควรจะทราบก่อนจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือทัวร์ประเทศเกาหลีให้บันเทิงใจ แน่ๆว่าในขณะนี้หากว่าพวกเราต้องการจะท่องเที่ยวประเทศไหนสักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต ก็จะต้องคิดถึงประเทศเกาหลีเป็นประเทศแรก เนื่องจากว่าการไปประเทศเกาหลีนั้นแพงที่ไม่สูงมากมายรวมทั้งมีสถานที่งามๆที่น่าไปเยอะมากไปหมด แถมมีโปรแกรมทัวร์ให้เลือกนานาประการอย่างอีกด้วย แล้วแบบงี้ใครกันแน่จะไม่ต้องการที่จะไปละ เมื่อก่อนที่จะท่องเที่ยวนั้นสิ่งที่จำต้องทำก่อนนั้นก็คือสิ่งที่จะต้องทราบก่อนจะไปประเทศเกาหลี โน่นก็เพื่อจะทำให้การเที่ยวของพวกเรานั้นบันเทิงใจเยอะขึ้น และก็ที่สำคัญจะได้ไม่ไปยืนงงเต็กๆในป่าประเทศเกาหลีด้วย สิ่งที่ควรทราบของประเทศเกาหลี 1.เวลาของประเทศเกาหลี เวลาของที่ประเทศเกาหลี นั้นเร็วกว่าเมืองไทยพวกเราถึง 2 ชั่วโมง สำหรับการเดินทางก็ควรที่จะเลือกเวลาดีๆสำหรับการไปแล้วก็เมื่อเดินทางไปถึงประเทศเกาหลีแล้ว ให้กระทำปรับนาฬิกาตรงเวลาประเทศเกาหลี เพื่อความสบายในหลายๆอย่างของคุณเอง 2.การใช้ภาษา คนภายในประเทศเกาหลีใต้นั้นส่วนมากคนภายในประเทศจะใช้ภาษาประเทศเกาหลีเป็นภาษาหลัก สำหรับภาษาอังกฤษที่ใช้กันในประเทศนั้น ก็มีเฉพาะพลเมืองส่วนน้อยแค่นั้น 3. การให้บริการติดต่อสำหรับเพื่อการโทรศัพท์แล้ว บัตรโทรศัพท์ก็มีขายอยู่ทั่วๆไป ตามเคาน์เตอร์บังกะโล ซุปเปอร์มาร์เก็ต ส่วนราคาที่ขายกันอยู่นั้นเป็น 3,000 , 5,000 รวมทั้ง 10,000 วอน 4. วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้บันทึกข้อมูล สำหรับเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้บันทึกข้อมูล ตัวอย่างเช่น SD Card แล้วก็วัสดุอุปกรณ์สำหรับในการชาร์ตต่างๆพวกเราควรจะเตรียมพร้อมสำหรับไปให้พอเพียงโดยยิ่งไปกว่านั้นถ่านใส่กล้องถ่ายภาพ เพราะว่าที่โน้นแพงที่ออกจะสูง 5. ของกินประเทศเกาหลี สำหรับของกินประเทศเกาหลีในแต่ละภูมิภาคนั้นมีรสชาติที่ไม่เหมือนกัน ก็จะอย่างกับบ้านพวกเราที่แต่ละภาคก็รับประทานรศที่นานับประการ ดังเช่น จังหวัดชอลลาโด ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีของกินอร่อยที่สุด รวมทั้งของกินที่ขึ้นชื่อลือชานั้นก็ได้แก่ บิบิมบับ คงจะนามูลกุกบับ รวมทั้งยิ่งไปกว่านี้ก็ยังมีของกินชุด อย่าง …

เชิญคนกักบริเวณอยู่บ้าน มาดูหนังที่จะทำให้อินราวกับได้ไปเล่นน้ำวันสงกรานต์จริงๆ

ผู้ใดกันแน่หดหู่จาการพลาดเล่นน้ำตอนวันสงกรานต์ปีนี้ มา ดูหนังออนไลน์ ที่ดูแล้วอินเสมือนได้ไปเล่นสาดน้ำจริงๆในเทศกาลวันสงกรานต์แทนละกัน เนื่องด้วยการระบาดของเชื้อไวรัสวัววิด 19 ตัวร้ายที่ทุกคนรู้จักกันดี นี่ก็เลยเป็นปีแรกที่งานเล่นน้ำวันสงกรานต์ถูกรัฐบาลสั่งงดเว้นทั่วทั้งประเทศ!! (น้ำตาแม่จะไหล ต้องการเล่นวันสงกรานต์ใจจะขาด) แม้กระนั้นช่างเถิด ถึงปีนี้พวกเรามิได้สาดน้ำกันจริงๆก็ไปสาดน้ำผ่านทางออนไลน์กันแก้ขัดไปก่อน ด้วยการดูหนังออนไลน์ 5 หัวข้อนี้ที่พวกเราคัดเลือกมาแล้วว่าถ้าหากคุณได้ดูเหมือนจำเป็นต้องฟินไปกับบรรยากาศวันสงกรานต์ราวกับได้ไปเล่นน้ำวันสงกรานต์จริงๆแน่ๆ 1. รถไฟฟ้า มาหานะคุณ รถไฟฟ้า มาหานะคุณ เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ จากค่าย GTH ผลงานการดูแลของจิระ มะลิกุล บอกเล่าเรื่องราวของ “เหมยลี่” สาวโสดวัยสามสิบที่เพื่อนพ้องในกรุ๊ปล้วนแล้วแต่สมรสไปแต่งงาน แต่ว่าแล้วชะตาชีวิตก็ลิขิตส่ง “คุณลุง” วิศวกรชายหนุ่มรูปหล่อสถานที่สำหรับทำงานบนสถานีรถไฟฟ้ามาเจอกับคุณเข้าโดยบังเอิญ เหมยลี่หลงเสน่ห์คุณลุงและก็อุตสาหะตามตื้อทุกช่องทางถึงแม้ว่าเวลาทำงานของทั้งคู่คนจะสวนกันในตอนกลางวัน-เวลากลางคืนก็ตาม เนื่องจากว่ารถไฟฟ้า มาหานะคุณถูกใจวัยรุ่นคนทำงานออฟฟิศเข้าอย่างจัง ก็เลยทำให้ภาพยนตร์ประเด็นนี้ปัดกวาดรายได้ไปๆมาๆกกว่า 147 ล้านบาทจากรอบการฉาย รวมทั้ง1ในฉากเล่นน้ำสุดคลาสสิกอย่างฉากหล่อทะลุแป้งของเคน ธีรอำนาจวาสนา ยังทำเอาผู้หญิงลุ่มหลงมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ 2. เมล์แดนนรก หมวยชูล้อ เป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับวันสงกรานต์แล้วก็เข้าฉายในตอนเทศกาลวันสงกรานต์พอดิบพอดีสำหรับ “เมล์เมืองนรก หมวยชูล้อ” จากอาร์เอสฟิล์มถ่ายรูป ผลงานการควบคุมของเรียว กิตติกร เกี่ยวกับเรื่องราวของ “โก๋” กระเป๋ารถสาย 39 ที่ดวงโชคไม่ดีจำเป็นที่จะต้องมาปฏิบัติงานในวันสงกรานต์ มิหนำซ้ำยังจะต้องจับคู่กับ …